difference is everywhere...

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

* * *

ก่อนอื่นเลย ขอบคุณที่ช่วยกันบอก cleansing ในไดหน้าเมื่อวานนะคะ cleansing express ชนะเลิศไปเลย โฮปไปอยู่ไหนมาทำไมไม่รู้จักยี่ห้อนี้ 55555

ลองซื้อมาใช้ได้ประมาณอาทิตย์นึงแล้วค่ะ มันดีมากคุ้มราคาจริงๆ ไม่เหนอะหนะ(เพราะไม่ใช่ออยล์) ล้างออกสะอาดดี แต่โฮปใช้สำลี 8 แผ่น/ครั้งได้ IoI ที่สำคัญ....ตอนนี้สิวอุดตันหายไปแล้วด้วย ฮิ๊ววว

 

อ่ะ อ่ะ มาต่อกันที่เรื่องต่อไปดีกว่า....อย่างที่บอกในไดหน้าเมื่อวานว่ามีวิธีทำให้น้ำหนักลดมาเล่าสู่กันฟัง

แต่ขอบอกไว้ก่อนเลยว่า.....อาจจะไม่ได้ใช้ได้กับทุกคน และ ขึ้นอยู่กับน้ำหนักมาตรฐานของแต่ละคนด้วยนะคะ วิธีนี้ไม่ได้ทำให้ผอม แต่แค่ช่วยทำให้น้ำหนักที่เพิ่มขึ้นกว่ามาตรฐาน ลดลงมาได้

ถ้าใครเคยดูรายการ the biggest loser อาจจะคุ้นเคยกับทริปนี้นะ จริงๆโฮปทำมานานแล้ว แต่เพิ่งมาได้ยินวิธีนี้จากรายการนี้เมื่ออาทิตย์ที่แล้วเอง IoI

แสดงว่าวิธีนี้ ค่อนข้างจะได้ผลนะ อิอิ

ขอเกริ่นเกี่ยวกับตัวเองก่อนว่า....โฮปจะมีน้ำหนักมาตรฐานอยู่ แต่ทุกครั้งที่ไม่ได้อยู่ไทย น้ำหนักจะขึ้นมาประมาณ 6 กิโลแทบทุกครั้ง ไม่ว่าจะอยู่เมืองไหน ที่ไหน และนานแค่ไหน (ขนาดตอนไปแคนาดาแค่เดือนครึ่ง นน. มันยังขึ้นมา 6 กิโลเลย....ชนะเลิศ 55555)

ทั้งนี้ทั้งนั้น มันเป็นเพราะนิสัยในการกิน และความเคยชินกับปริมาณอาหารของแต่ละที่ จากตอนแรกที่รู้สึกว่ามันเยอะมากกกก กลายมาเป็น อืม....เฉยๆ 555

 

อาหารเมืองนอก ใครๆก็รู้ว่าปริมาณมัน 3 เท่าของอาหารในบ้านเรา กินไปเรื่อยๆ กระเพาะก็เริ่มชิน พอกลับมาไทยมีความคิดแว๊ปเข้ามาเลยว่า....ฝรั่งมาเที่ยวบ้านเรา เค้าคงไม่อิ่มเนอะ อาหารน้อยจิ๊ดดดเดียว

(มีอยู่ครั้งนึงที่ mos burger เพิ่งเข้าไทย ตอนนั้นยังอยู่ออสมั๊งนะ ได้ยินมาว่าชิ้นใหญ่ กินแล้วอิ่มมาก ตอนมาเห็นเองกับตานี่แบบ โอ้โหหหหห เล็กกระจิ๊ดริ๊ด ใหญ่ตรงไหน(วะ) แถมชิ้นเดียวไม่อิ่มอีกต่างหาก IoI)

จากประสบการณ์ความเคยชินกับอาหารจานใหญ่ ทำให้เริ่มมีความรู้สึกว่า...."อาหารที่วางอยู่ในจานใบใหญ่ มันทำให้กินยังไงก็ไม่อิ่ม"

ถ้าเราพยายามที่จะกินน้อยลง แต่จานใบนั้นมันใหญ่เหลือเกิน.....สมองมันจะสั่งให้รู้สึกอิ่ม ก็ต่อเมื่อเห็นอาหารเต็มจาน

แล้วลองจินตนาการดูสิว่า จานใบใหญ่ใบนั้น จะต้องมีอาหารอยู่ในจานเยอะแค่ไหนถึงจะเต็มจาน

เชื่อมั๊ยว่าไม่ได้อ่านมาจากไหน แต่จู่ๆก็มีความรู้สึกอย่างนั้นขึ้นมาเองอ่ะ

โฮปก็เลยใช้วิธี......กินข้าวแต่ละมื้อ "โดยใช้ถ้วย"

(แอบมาอีดิท เพราะลืมบอก 555) มีข้อแม้ว่าอาหารทุกอย่างที่จะกินในมื้อนั้นๆจะอยู่ในถ้วยทั้งหมดค่ะ เช่น ข้าว+กับข้าว ก็จะอยู่ในถ้วยๆเดียว

ตอนแรกโฮปใช้ ถ้วยที่มีขนาดกลาง แล้วปริมาณอาหารมันเท่ากับปกติที่เรากินนั่นแหละ แต่อย่างที่บอก ถ้าอาหารเต็มถ้วย สมองมันจะสั่งการให้เราอิ่มไปเอง

ตอนนี้ใช้ถ้วยที่เล็กลงหน่อย ปริมาณลดลงเล็กน้อย แต่ไม่ใช่เท่าแมวดมนะ โฮปกินอาหารปกติ กินให้อิ่ม ไม่ได้จะไดเอ็ท แต่จะปรับปริมาณการกินอาหารที่เคยชินจากอาหารจานใหญ่ก็เท่านั้น แค่นี้น้ำหนักที่เกินมามันก็ค่อยๆลดลงแล้ว

รายการ the biggest loser บอกไว้ว่า ถ้าเรากินอาหารในจานใบเล็ก กระเพาะจะรับรู้แค่ว่ามีอาหารเข้าไป แต่สมองต่างหากที่จะสั่งการให้รู้สึกอิ่ม

วิธีนี้ทำให้ยังกินได้ทุกอย่างที่อยากกิน ไม่ต้องเข้าสูตรลดน้ำหนัก(เพราะจากประสบการณ์แล้ว....มันลดแค่ชั่วคราว ถ้าออกสูตรแล้วยังกินเยอะ นน.มันก็กลับมาอยู่ดี)

และจะบอกไว้เลยว่า คนที่ไดเอ็ทโดยการไม่กินมื้อเย็น เป็นวิธีที่ทำร้ายตัวเองมากที่สุด และถ้ากลับมากินเมื่อไหร่....จะเจอกับคำว่า โยโย่ ไม่มากก็น้อย

อีกอย่าง...โฮปเป็นคนที่แสบกระเพาะบ่อยๆ ไม่ได้ถึงขั้นจะต้องพกยาตลอด ไม่ได้ถึงขั้นมีแผลในกระเพาะอาหาร เพราะฉะนั้นการเข้าสูตร ทำให้แสบกระเพาะมากขึ้น และการอดอาหารนี่ไม่ต้องพูดถึง....เพราะยังไงก็รักกระเพาะตัวเองมากกว่าความผอม -____-'

วิธีนี้อาจจะไม่ได้ลดฮวบฮาบ แต่มันจะติดเป็นนิสัย ไม่ทำให้กินเยอะขึ้นนะ :D

ลองกันดู ง่ายติ๊ดเดียวเอง :D~~~~

 

มีเพื่อนคนนึงบอกว่า "เมิงผอม ก็เพราะเมิงไดเอ็ทตลอดเวลา"

บอกตามตรงนะ โฮปไม่ไช่คนที่ไดเอ็ทตลอดเวลา อยากกินอะไรก็จะกิน วันไหนอยากกินเค้กก็จะกิน ออกไปกินข้าวกับเพื่อนก็กินปกติ แต่ถ้าอยู่บ้านจะใช้ถ้วยกินข้าวก็เท่านั้นเอง

แล้วก็ไม่ดีใจเวลาที่มีคนบอกว่า ผอม ด้วย แต่จะชอบมากๆเวลาที่คนบอกว่า "หุ่นดี" ต่างหาก 555

แต่ไม่เคยมีใครบอกว่า หุ่นดี นะ 555 แล้วก็ไม่ใช่คนผอมด้วยอ่ะ แลเฉยๆซะมากกว่า ไม่ได้ผอมแต่ก็ไม่ได้อ้วน จริงๆก็บอกมาตลอดเวลานะว่าที่จะลดนน.ก็เพราะรู้สึกว่าอึดอัดแล้ว ไม่ได้เพราะอ้วนอ่ะ แล้วก็ไม่ได้ไดเอ็ทตลอดเวลาด้วยนะจ๊ะ

 

 

 

 

 

ปล. ไดวันนี้ยาวหน่อยนะ ที่เพิ่งอ่านไปมันแค่ครึ่งเดียว.....แบบว่าอยากระบาย 5555

 

 

เมื่ออาทิตย์ก่อนโน๊น เพื่อนต่างชาติที่เพิ่งแต่งงานกับคนเกาหลีไป จู่ๆเค้าก็มีพูดกับคนที่กำลังแพลนจะแต่งงานอย่างโฮปว่า "you must think twice, think more" เพราะการแต่งงานกับคนต่างชาติ มันเจอความต่างมากมาย ไม่ว่าทางภาษา วัฒนธรรม และเค้าบอกว่าเค้าไม่ชอบความคิดและการกระทำบางอย่างของคนเกาหลี

แต่เชื่อมั๊ยว่า ถึงจะแต่งงานกับคนชาติเดียวกับ ถึงจะไม่เจอความต่างทางวัฒนธรรม ก็เจอความคิด การกระทำ ที่ไม่เหมือนกันอยู่ดี

ก็รู้ว่าหวังดี แต่ไม่ชอบความหวังดีนี้เลย ถึงจะยังไม่ได้มีประสบการณ์นั้นและยังไม่รู้ว่าจะต้องเจอกับอะไร แต่โฮปก็ไม่ชอบ......มันเหมือนโดนขัดใจ และเป็นความหวังดีที่ไม่ต้องการ

เหมือนตอนคบยองอวูแรกๆ มีเพื่อนคนนึงพูดกับโฮปว่า.....แกแน่ใจแล้วหรอ(วะ)

เหมือนตอนคิดจะเปิดร้านขายของแล้วเพื่อนคนนึงพูดว่า....แกแน่ใจแล้วหรอ(วะ)

เชื่อมั๊ยว่า....เวลาที่ทุกคนมีคำถามอะไร มักจะมีคำตอบให้ตัวเองแล้วทั้งนั้น แค่อยากได้แรงสนับสนุนคำตอบนั้นจากคนอื่น

โฮปมีนิสัย(ที่อาจจะเป็นนิสัยเสีย)อย่างหนึ่งคือ....ถ้าต้องการคำเสนอแนะ คือความเห็น เราจะถามและเปิดกว้างกับคำตอบ

แต่ถ้าเราตกลงใจว่าจะทำอะไรแล้ว ถึงแม้จะไม่รู้ว่ามันจะสำเร็จรึป่าว.....เราไม่ต้องการความเห็นว่าควรจะทำหรือไม่ แต่เราต้องการข้อเสนอแนะที่บอกว่า ทำอย่างไหร่ถึงจะสำเร็จ หรือต้องการแรงสนับสนุนมากกว่า

และไม่ชอบที่สุด เวลาที่มีคนต้องการคำตอบแล้วพอเราตอบไป เค้ากลับหัวเราะกลับมาเสมือนว่าคำตอบนั้น ใครๆก็รู้ (เพราะฉะนั้น จะไม่ตอบอะไรอีกแล้ว)

(เริ่มนอกเรื่องแล้ว)

หลังจากความหวังดีจากเพื่อนคนนี้ โฮปก็เลยขอคำปรึกษาจากคนที่มีประสบการณ์ 2 คน คนแรกเป็นพี่ที่นับถือ(แต่ไม่บอกว่าใครนะ) และคนที่สองคือเพื่อนสนิทต่างชาติที่เพิ่งจะจดทะเบียนกับคนเกาหลีไปเมื่อเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา ทั้งสองตอบต่างกัน แต่ว่า positive กันทั้งสองคน :)

โฮปขอเอาคำตอบของเพื่อนคนนึงมาโพสไว้ในไดของตัวเองก็แล้วกัน ^^

 

as i came back here last december 1st, i stayed with my bf's...i mean ex bf's parents' house (calling him ex bf is cuter than husband) for 3 weeks... and it was really a nice experience.. even before... they already treated me as a daughter and not as a daughter in law....

they really just look at my good side and never mind my bad actions...which i have a lot...so i feel so much blessed having them as parents in law...

but our friend's right... there are some actions, decisions and even ways of thinking that we don't understand...i guess i'll never understand...so i just respect and accept that...

my ex bf and i just moved into a small apartment here in suwon last week...and we finally thought" wow~ we're free to do whatever we want" but think again... hehehe...it's not the case... his mom was always here...and i guess she will often visit us... that's what moms are... they care but you know...we sometimes think they are touching our lives and actions because "this is my house" not "mom in law's house"
do you get what i mean??? i mean little things can really test your patience from re arranging your furnitures and suggesting something that's totally opposite from what you want... hehehe... it's really funny...but of course so annoying...and i feel bad...

but hey...that's part of life...and it's just a little thing... so i try to let her do whatever she wants whenever she's here...and enjoy my time with her...

anyway, getting married to a korean man is not exactly a bed of roses...
i've read a lot about international marriage before and everybody says it's not easy or you have to think twice or a hundered times more... but hey... even in normal marriages
....couples will have their bad days and one time or another you'll feel bad...
but i always look at the bright side of things...and it's really interesting..
i've just been married and i'm enjoying it...really...i've never regretted even for a second..i havent even thought about it...

whenever i feel like crying or frustrated...i just go back and remember the first time and how i fell in love with my husband...and it helps that we talk a lot about everything..
we don't let hurt feelings stay in our hearts...
as for husband's family...even his extended family...like uncles, grandma, etc...
i have chosen to like them than hate them...

and in a way being not able to articulate my thoughts in korean has been advantageous for me... oh my god! if i can speak korean well...i don't even want to imagine if what if i can't control my mouth...hahaha...

one more thing that really helped... is i try not to compare my life in my hometown and here.... you'll just get frustrated... coz it's totally different...
anyway, follow your heart and your mind will follow...
i'm still amazed at how love had tamed me and changed me in a good way...

and we need each other...friends like us who can share the same sentiments about international marriage life...would really be helpful for each other..

ive always imagined that after all of us get married we'll often meet and then just pour out our frustrations as well as funny stories about our married lives...

let's keep in touch okay??
and thank you...it feels good to know that we can talk about these things...
take care always and whenever you get frustrated about something..i'm here.
...........
เป็นคำปรึกษาที่ดีมากเลยใช่มั๊ย? :)
โฮปไม่ได้กลัวการแต่งงานกับคนต่างชาติ โดยเฉพาะยองอวูเพราะมั่นใจว่าตัวเองเป็นคนที่ปรับตัวเข้ากับสิ่งใหม่ๆได้ค่อนข้างง่าย แต่กลัวว่ายองอวูจะเปลี่ยนใจไม่อยากแต่งต่างหาก 555555555555555555
ไม่ว่าจะแต่งงานกับใคร ชาติอะไร ถ้าไม่ปรับตัวเข้าหากัน ยังไงก็เข้ากันไม่ได้ ไปกันไม่ได้อยู่ดี....จริงมั๊ย :)
ปล. weekend นี้ยองอวูไป business trip ที่เมกา4วัน เพราะเค้ามีงานมอร์เตอร์โชว์ต้องไปดูแล......อยากไปบ้างงงงงงง อยากเห็นพริตตี้ฝรั่ง 55
ปล. ปีนี้เริ่มต้นปีด้วยการตักบาตรกับพ่อ ไปเยิี่ยมญาติและทานข้าวด้วยกันทั้งฝั่งพ่อและแม่ แต่คนละวันนะ :)
ปล. เมื่อวานไปตรวจร่างกายมา ค่าไขมันในเส้นเลือดเกินมา 5 จาก 150 ต้องลดของหวานๆมันๆแล้ว ช่วงนี้กินไก่ทอดบ่อยเกิน เพราะมันอร่อย T____T
ปล. ตรวจมะเร็จปากมดลูกตามที่ตั้งใจไว้ด้วย ไม่เห็นมีอะไรน่ากลัวหรือน่าอายด้วย การขึ้นขาหยั่งเป็นประสบการณ์ที่สนุกจะตายไป 555555 (ประชด)
ปล. ฉีดยากันมะเร็งปากมดลูกมันน่ากลัวกว่าขึ้นขาหยั่งตั้งเยอะ เพราะยามันข้น ฉีดแล้วเหมือนโดนไม้ฟาด ต้องนั่งประคบเย็น แล้วแขนไม่มีแรงไปทั้งวัน แต่เป็นความเจ็บที่คุ้มค่ากว่าการได้ทักทายมะเร็งในอนาคตนะ :)
และยังได้เจ็บอย่างนี้อีก 2 ครั้งด้วย (ต้องฉีด 3 ครั้ง) ><
ปล. ได้ของขวัญจับฉลากแล้วนะคะ ขอบคุณมากค่ะ :D~~
ปล. I know it's not a way of roses but I do dare to deal with it!
ปล. ใครอ่านจบยกมือเร๊วววววว ;p
ทำไมพอกดเผยแพร่แล้วด้านล่างๆมันติดกันเป็นพรืดหนอ?? T____T

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

e-lingy*
07 ม.ค. 2553 เวลา 14:08 น.

we are in diaryis.com family | developed by 7republic